ก่อนจะไปทำความเข้าใจถึงความแตกต่างของวิธีการรักษาทั้ง 2 ชนิดนั้น เรามาทำความรู้จักกับการรักษาโดยการนวดและการอัลตร้าซาวน์กันก่อนดีกว่าค่ะ
การทำอัลตร้าซาวน์เป็นเครื่องรักษาด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง ที่ให้ผลความร้อนในลักษณะความร้อนลึก ใช้ลดอาการปวด ลดการอักเสบของเนื้อเยื่อ เพิ่มความยืดหยุ่นของข้อต่อในชั้นลึก ลดอาการบวม และช่วยเร่งการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ รวมทั้งคลายการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ ขณะรับการรักษา ผู้ป่วยอาจจะรู้สึกปวดตื้อๆ แต่ผู้ป่วยสามารถทนได้ ระยะเวลาในการรักษาขึ้นอยู่กับขนาดของบริเวณที่มีอาการ
การนวดเป็นกระบวนการดูแลสุขภาพและรักษาโรค โดยอาศัยการสัมผัสอย่างมีหลักการระหว่างผู้ให้การรักษาและผู้รักษา การนวดจะส่งผลโดยตรงต่อร่างกายและจิตใจ โดยทำให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้น กล้ามเนื้อผ่อนคลาย รักษาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ฟกช้ำ เคล็ดขัดยอก จนกระทั่งสามารถทำให้สุขภาพดี จิตใจสดชื่น กระปรี้กระเปร่า จิตใจผ่อนคลายได้อย่างดี
1. ลดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ
2. เพิ่มระบบการไหลเวียนโลหิตและน้ำเหลือง
3. กระตุ้นระบบประสาท
4. เพิ่มประสิทธิภาพของระบบทางเดินหายใจ
5. ฟื้นฟูสภาพของระบบกล้ามเนื้อ ระบบไหลเวียนโลหิต และระบบประสาท
1. การทำอัลตร้าซาวน์สามารถให้ความร้อนลงไปได้ในระดับที่ลึกกว่า (ประมาณ 3-5 เซนติเมตร) ส่งผลดีกว่าเมื่อต้องการคลายกล้ามเนื้อที่อยู่ชั้นลึก
2. การรักษาด้วยนวดอาจจะมีความเหมาะสมกว่าการทำอัลตร้าซาวน์ในกรณีที่เป็นกล้ามเนื้อหลังของหญิงตั้งครรภ์หรือหญิงที่อยู่ในระหว่างมีประจำเดือน
3. การทำอัลตร้าซาวน์ไม่ก่อให้เกิดการระบมเท่ากับการนวด ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับคนที่นวดและรู้สึกเจ็บและระบม
จะเห็นได้ว่าการรักษาด้วยอัลตร้าซาวน์และการรักษาด้วยการนวดนั้นก็ล้วนแต่มีประโยชน์กันคนละแบบ ขึ้นอยู่กับผู้รักษาว่าจะเลือกเทคนิคใดมาใช้ให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคนค่ะ
ผกามาศ วิริยะอมรกิจ
นักกายภาพบำบัด ไคโรเมด คลินิก
สนับสนุนข้อมูลโดย ไคโรเมด สหคลินิก (CHIROMED CLINIC)
ศูนย์ให้คำปรึกษาการรักษาโรคปวดหลัง
ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.chiromedbangkok.com
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 02-713-6745-6
15 พฤศจิกายน 2553





![]() |
ฟลุค – เกริกพล มัสยวานิช "ปกติผมเป็นคนแอคทีฟ เคยชินกับการทำอะไรเร็วๆ จึงเกิดอาการคอเคล็ดอยู่บ่อยๆ ไม่น่าเชื่อว่าแค่ขยับตัวผิดเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ต้องเจ็บตัวได้" |
