ในยุคปัจจุบันคงปฏิเสธไม่ได้ว่าการออกกำลังกายเข้ามามีส่วนต่อการดำรงชีวิตของคนเราเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นในลักษณะของกีฬาประเภทต่างๆ ฟิตเนส โยคะ และยังมีการออกกำลังกายในลักษณะอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งการออกกำลังกายต่างๆ เหล่านี้ มีทั้งความเหมาะสมและไม่เหมาะสมในแต่ละบุคคล ถ้าหากเลือกการออกกำลังกายที่ไม่เหมาะสมก็จะก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าที่จะได้รับประโยชน์จากการออกกำลังกาย ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาหรืออาการบาดเจ็บที่อาจจะเกิดขึ้นในขณะที่เรากำลังออกกำลังกาย ควรศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกายเหล่านั้นให้ดีเสียก่อน ว่ามีประโยชน์หรือมีข้อควรระวังอะไรบ้าง และหากได้รับบาดเจ็บจากการออกกำลังกายแล้ว เราควรจะมีวิธีการดูแลรักษาอย่างไร ซึ่งทาง Chiromed จะขอยกตัวอย่างของอาการบาดเจ็บและวิธีการดูแลเบื้องต้นอย่างง่ายๆ และเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปดังนี้
ชนิดของการบาดเจ็บ หรืออันตรายจากการออกกำลังกายที่ไม่เหมาะสม ที่พบได้บ่อยที่สุด คือ การบาดเจ็บของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ซึ่งอาจแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ การบาดเจ็บจากแรงกระแทกโดยตรง (direct contact) เช่น ข้อเท้าแพลง หรือเอ็นหัวเข่าฉีกขาด ซึ่งจะเกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน เมื่อได้รับแรงกระทำที่มากเกิน ทำให้เกิดการอักเสบ ปวด บวม ตามมา ส่วนอีกกลุ่มเรียกว่าการบาดเจ็บแบบสะสม หรือจากการใช้งานมากเกินไป คือเกิดจากแรงกระทำที่ไม่มากนัก แต่เกิดซ้ำๆ นานเข้าก็จะทำให้เอ็นและกล้ามเนื้อเกิดการอักเสบเรื้อรัง หรือกระดูกเกิดการแตกร้าวขึ้นได้ โดยที่การบาดเจ็บต่อกระดูกและข้อที่ยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ จะมีโอกาสทำให้การเจริญเติบโตของกระดูกที่ผิดปกติตามมาได้
เมื่อเกิดการบาดเจ็บขึ้น สิ่งที่ทุกคนควรทราบ เพื่อให้สามารถทำการดูแลรักษาเบื้องต้นได้ อันจะเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการบาดเจ็บรุนแรงมากขึ้น คือหลักการใช้ “PRICE” (เพื่อให้จำได้ง่าย) ช่วยในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ดังนี้
P คือ Protection หมายถึง การหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บที่จะตามมาอีก โดยให้หยุดเล่นกีฬา หรือออกกำลังกายนั้น ๆ ทันที และใช้อุปกรณ์ป้องกัน หรือ ไม้ค้ำยันช่วยในกรณีที่บาดเจ็บที่ขาหรือเท้า
R คือ Rest หมายถึง พักการใช้งานส่วนที่ได้รับบาดเจ็บทันที เพราะการเคลื่อนไหวจะทำให้เลือดออก หรือทำให้อาการบาดเจ็บรุนแรงมากขึ้น
I คือ Ice หมายถึงใช้ความเย็น หรือ น้ำแข็ง เพื่อช่วยลดการอักเสบ ลดอาการปวด บวม ลดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยใช้ถุงใส่น้ำแข็งห่อด้วยผ้าขนหนูประคบตำแหน่งที่ได้รับบาดเจ็บ นาน 15-30 นาที ทุก 2-3 ชั่วโมง ในช่วง 72 ชั่วโมงแรกหลังได้รับบาดเจ็บ
C คือ Compression หมายถึง การกด หรือ พันด้วยผ้ายืด โดยพันให้กระชับรอบส่วนที่บาดเจ็บจากอวัยวะส่วนปลายไปหาส่วนต้น เพื่อลดการบวม และช่วยจำกัดการเคลื่อนไหว ป้องกันไม่ให้เลือดออกมากขึ้น
E คือ Elevation หมายถึงการยกตำแหน่งที่ได้รับบาดเจ็บให้สูงกว่าระดับหัวใจ โดยอาจใช้หมอนหนุนหรือวางส่วนที่ได้รับบาดเจ็บไว้ในที่สูง เพื่อลดการบวมหรือปวดได้
ถ้าการบาดเจ็บรุนแรง เช่น สงสัยว่ามีกระดูกหัก ข้อเคลื่อน ไม่สามารถลงน้ำหนักได้ ปวดมาก หรือ บวมมาก ควรไปพบแพทย์ เพื่อตรวจเพิ่มเติม เพื่อทำการรักษาโดยละเอียดต่อไป
ชานนน์ มนอยู่พะเนา, วารินทร์ มากสวัสดิ์
นักวิทยาศาสตร์การกีฬา ไคโรเมด สหคลินิก
สนับสนุนข้อมูลโดย ไคโรเมด สหคลินิก (CHIROMED CLINIC)
ศูนย์ให้คำปรึกษาการรักษาโรคปวดหลัง
ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.chiromedbangkok.com
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 02-713-6745-6
26 ตุลาคม 2553





![]() |
ฟลุค – เกริกพล มัสยวานิช "ปกติผมเป็นคนแอคทีฟ เคยชินกับการทำอะไรเร็วๆ จึงเกิดอาการคอเคล็ดอยู่บ่อยๆ ไม่น่าเชื่อว่าแค่ขยับตัวผิดเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ต้องเจ็บตัวได้" |
