Piriformis syndrome (โรคกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท)


คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ชีวิตมนุษย์เงินเดือนนั่งทำงานในออฟฟิศ หรือแม้การนั่งขับรถอยู่บนท้องถนนเป็นเวลานานๆ ทำให้เหนื่อยล้าเกินกว่าจะออกกำลังกายเป็นประจำได้ เมื่อเวลาผ่านไปมักมีอาการปวด สะโพก ปวดร้าวถึงปลายขา บางรายชาที่ปลายเท้าด้วย ทุกข์ทรมานแสนสาหัส อาการเหล่านี้ทางการแพทย์เรียกว่า "โรคกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท"

ลักษณะอาการของโรคนี้เป็นอย่างไร?

โรคกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท อาการคล้าย "โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท" ต้องวินิจฉัยแยกโรคอื่นๆ ออกไป โดยการทำเอ็มอาร์ไอที่กระดูกสันหลังดูด้วยว่ามีโรคทางกระดูกสันหลังหรือไม่ ซึ่งพบบ่อยว่าทั้งสองโรคสามารถเกิดร่วมกันได้เสมอ และต้องระวังอย่านำผู้ป่วยที่ปวดอย่างรุนแรงไปผ่าตัดเร็วเกินไป เพราะการผ่าตัดกระดูกสันหลังไม่ได้ทำให้กล้ามเนื้อเหล่านี้คลายตัวได้

กล้ามเนื้อที่พบบ่อยว่ามีการหนีบทับเส้นประสาทส่วนขา คือ กล้ามเนื้อที่มีชื่อว่า พิริฟอร์มิส (Piriformis) จึงมีผู้ใช้ชื่อโรคกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาทขาว่า "พิริฟอร์มิสซินโดรม" (Piriformis Syndrome) ผู้ป่วยจะมีอาการปวดร้าวตามขาเรื้อรัง ปวดสะโพกบริเวณที่นั่งทับ อาจจะมีอาการเล็กน้อย จนถึงขั้นรุนแรง และเดินไม่ได้ ผู้ป่วยบางรายได้รับการทำเอ็มอาร์ไอ หวังว่าจะพบกระดูกทับเส้น แต่พบว่ากระดูกสันหลังปกติทั้งหมด ทำให้ไม่สามารถวินิจฉัยได้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร ที่โชคร้ายกว่านั้นคือ ผู้ป่วยบางรายผลเอ็มอาร์ไอมีหมอนรองกระดูกเสื่อมหรือผิดปกติเพียงเล็กน้อย แต่ด้วยความปวดทำให้ผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดที่กระดูกสันหลังไป แต่ไม่หายปวด !! เป็นเพราะกล้ามเนื้อหนีบทับเส้นประสาท

ผู้ป่วยที่มีอาการปวดขา มีลักษณะคล้ายการปวดตามแนวของเส้นประสาท จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องวินิจฉัยแยกโรค ”กล้ามเนื้อหนีบเส้นประสาท” ร่วมด้วยเสมอ หากรักษาโรคกล้ามเนื้อก่อนแล้ว จะทำให้ผู้ป่วยส่วนหนึ่งไม่ต้องถูกผ่าตัดโดยไม่จำเป็น นอกจากนี้ยังช่วยลดปัญหา “ผ่าตัดแล้วไม่หายปวด” ดังกล่าวแล้วได้ โดยแพทย์ผู้ชำนาญทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Rehabilitation) จะเป็นผู้ที่ทำการรักษาสภาวะผิดปกตินี้ได้เป็นอย่างดี ดังนั้นผู้ป่วยทุกรายควรจะได้รับการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ด้านเวชศาตร์ฟื้นฟู เพื่อแยกโรคทางกล้ามเนื้อออกเสียก่อนที่จะตัดสินใจผ่าตัด ทางการแพทย์เรียกการรักษาผู้ป่วยร่วมกันระหว่าง ศัลยแพทย์ และแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู รวมทั้งแพทย์สาขาอื่นๆ นี้ว่าการรักษาแบบ คอมพรีเฮนซีฟ แอพโพรช

เราจะรักษาโรคนี้ได้อย่างไร?

กล้ามเนื้อของมนุษย์นั้น มีลักษณะเฉพาะตัวคือ แข็งแรง ทนทาน และยืดหยุ่นได้ หากอันใดอันหนึ่ง ทำงานไม่ปกติมีการตึงตัวหรือยืดหยุ่นน้อยลง ก็สามารถสร้างความเจ็บปวดขึ้นมาได้ ดังนั้นในการฟื้นฟูและการบำบัดนั้น ในผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรงมากนัก ต้องทำกายภาพบำบัด เพื่อลดอาการปวด และคลายกล้ามเนื้อ เช่น การใช้ความร้อนทั้งแบบพื้นผิว หรือแบบลึกไปสู่กล้ามเนื้อชั้นลึก หรือแม้กระทั่งการใช้ไฟฟ้ากระตุ้น หรือการฝังเข็มให้กล้ามเนื้อคลายตัว แต่ต้องอยู่ในความควบคุมของผู้เชี่ยวชาญทางการฝังเข็มและผู่เชี่ยวชาญทางกายภาพบำบัด นอกจากการรักษาโดยเครื่องมือทางกายภาพบำบัดและการฝังเข็มแล้ว การยืดกล้ามเนื้อ และการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสะโพก ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกายก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวมากขึ้น อีกทั้งยังทำให้กล้ามเนื้อมีความแข็งแรงมากพอสำหรับการใช้งาน เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำอีกด้วย




“เรียบเรียงโดย กฤษณะ ปล้องนิราศ”
นักวิทยาศาสตร์การกีฬา ไคโรเมด สหคลินิก
(ขอขอบคุณข้อมูลจาก เว็บไซต์ คมชัดลึก และภาพประกอบจาก เว็บไซต์ thaispine.com)

สนับสนุนข้อมูลโดย ไคโรเมด สหคลินิก (CHIROMED CLINIC)
ศูนย์ให้คำปรึกษาการรักษาโรคปวดหลัง
ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.chiromedbangkok.com
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 02-713-6745-6
7 ตุลาคม 2553

บอกต่อบทความนี้ให้เพื่อนๆ ของคุณทาง Twitter


 


















ฟลุค – เกริกพล มัสยวานิช

"ปกติผมเป็นคนแอคทีฟ เคยชินกับการทำอะไรเร็วๆ จึงเกิดอาการคอเคล็ดอยู่บ่อยๆ ไม่น่าเชื่อว่าแค่ขยับตัวผิดเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ต้องเจ็บตัวได้"



สัมนาประจำเดือนพฤศจิกายน

ขอเชิญผู้สนใจร่วมฟังสัมมนาในหัวข้อ

“โรคหมอนรองกระดูก กับทางเลือกใหม่ ไม่ใช้การผ่าตัด”

ในวันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2554 เวลา 13.00 น. –15.00 น.

     


พิเศษสำหรับทุกท่านที่เข้าสัมมนา เชิญรับบริการ
ตรวจหาความผิดปกติของโครงสร้างร่างกาย
และรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย