หยุดปวดหลัง กับการรักษาแนวใหม่

หลายคนอาจแปลกใจว่าทำไมโรคปวดหลังธรรมดาๆ จึงมีคนให้ความสำคัญนัก ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นโรคร้ายแรงเหมือนอย่างโรคมะเร็งหรือโรคหัวใจ แต่หากใครลองได้เป็นจะรู้ทันทีว่าความทรมานของโรคนั้นแสนสาหัสเพียงใด วงการแพทย์จึงพยายามทุกวิถีทางเพื่อขจัดทุกข์ให้กับคนกลุ่มนี้

ปัจจุบันการรักษาโรคปวดหลังจะใช้แนวการรักษาแบบ Passive Therapy ซึ่งเป็นการรักษาตามอาการ ด้วยยาและกายภาพบำบัด หากคนไข้ไม่ตอบสนองต่อการรักษา การผ่าตัดจะเป็นทางออกสำหรับคนไข้ อย่างไรก็ตาม พบว่าแนวการรักษาดังกล่าวแม้จะให้ผลดีแต่ก็เป็นเพียงในระยะสั้น หลังจากนั้นคนไข้จะกลับมามีอาการอีกในระยะยาว และส่วนใหญ่มักจะมีอาการแย่กว่าเดิม

ที่เป็นเช่นนี้ก็เนื่องมาจากการรักษาไม่ได้รับการแก้ที่สาเหตุ เพราะอาการปวดส่วนใหญ่แล้วเป็นปัญหาในเชิง Biomechanics จากโครงสร้างที่ผิดปกติ ดังนั้นการรักษาที่มุ่งเน้นที่อาการ อาจทำให้อาการปวดหลังแม้ดูเหมือนจะดีขึ้นจนคิดว่าหายเป็นปกติ แต่ความจริงแล้วต้นเหตุยังคงอยู่ และอาจจะเกิดขึ้นอีกซ้ำๆ หากไม่ได้รับการรักษาดูแลอย่างถูกต้อง

ข้อเท็จจริงที่ได้พบดังกล่าว ทำให้วงการแพทย์ส่วนหนึ่งเปลี่ยนแนวคิดจากการมุ่งรักษา มาเป็นการรักษาในเชิงป้องกัน เพื่อมิให้อาการเกิดซ้ำได้อีก โดยเรียกแนวการรักษาใหม่นี้ว่า Active Therapy

หลักการของ Active Therapy คือการรักษาสมดุลของโครงสร้าง (Maintain good balance of posture) และการใช้ลักษณะท่าทางที่ถูกต้อง รวมถึงการออกกำลังกายในเชิงป้องกันโดยโครงสร้างของกระดูกสันหลัง จะมีส่วนเว้าส่วนโค้งที่เหมาะสมในการแบกรับน้ำหนักและการเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง หากเรามีโครงสร้างหลังที่ผิดรูป เช่น หลังแอ่น, หลังคด, โครงสร้างผิดรูป ซึ่งทำให้กระดูกสันหลังอยู่ในแนวที่ผิดปกติอยู่เป็นประจำ ก็จะทำให้เกิดปัญหาในเชิงกลไกของโครงสร้าง ตัวข้อกระดูกต้องแบกรับน้ำหนักมากกว่าปกติ กล้ามเนื้อเกิดภาวะเสียสมดุล และนำมาสู่ปัญหาของการปวดหลังในที่สุด ฉะนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่คนไข้ปวดหลังจะต้องเข้าใจถึงลักษณะการทำงานของโครงสร้างกระดูกสันหลัง และใช้อิริยาบถต่างๆ ให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันมิให้หลังต้องทำงานหนักมากเกินไป

จากการศึกษาพบว่า การแก้ปัญหาปวดหลังให้ได้ผลในระยะยาวนั้น จะต้องพัฒนาในเรื่องของความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของโครงสร้าง และแก้ไขในส่วนของโครงสร้างที่ผิดรูปอย่างถูกต้องร่วมกันด้วย นั่นคือจะต้องมีการฝึกการออกกำลังกายอย่างถูกต้อง ไม่เป็นการฝืนธรรมชาติที่อาจทำให้เกิดปัญหากับโครงสร้าง นอกจากนี้ยังจะต้องฝึกฝนลักษณะท่าทางที่ถูกต้องให้สอดคล้องกับกลไกการทำงานของหลัง เช่น การนั่ง ยืน เดิน นอน และยกของต่างๆ ส่วนการแก้ไขโครงสร้างที่ผิดรูป ศาสตร์การจัดกระดูกที่เรียกว่า“ไคโรแพรคติก” ของประเทศทางแถบยุโรป และอเมริกา นับเป็นตัวอย่างหนึ่งของการรักษาตามแนวใหม่ โดยเป็นการจัดกระดูกที่ผิดรูปให้กลับคืนโครงสร้างตามธรรมชาติอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งการบำบัดในเชิง Active Therapy นี้พบว่าหากฝึกฝนและปฏิบัติไปพร้อมๆ กันสามารถช่วยตอบโจทย์และแก้ปัญหาให้กับคนไข้จากต้นเหตุของปัญหาจริงๆ

อย่างไรก็ตาม น่าเสียดายที่คนไข้ส่วนใหญ่ยังคงยึดติดกับการรักษาในเชิง Passive ทำให้คนไข้ต้องพึ่งพาการรักษาตลอด ในบ้านเรากระแสการรักษาในเชิงป้องกันอาจจะเริ่มๆมีให้เห็นกันบ้าง หากได้มีการศึกษาทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ รวมถึงวิธีการรักษาต่างๆ เปรียบเทียบกัน เชื่อว่าน่าจะเป็นหนทางหนึ่งในการขจัดโรคภัยที่คุกคามคุณภาพชีวิตของเราได้มากขึ้น




ขอบคุณข้อมูลจากสถาบันไคโรเมด
ศูนย์ให้คำปรึกษาการรักษาโรคปวดหลัง
ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.chiromedbangkok.com
26 มกราคม 2553

บอกต่อบทความนี้ให้เืพื่อนๆ ของคุณทาง Twitter


 


















ฟลุค – เกริกพล มัสยวานิช

"ปกติผมเป็นคนแอคทีฟ เคยชินกับการทำอะไรเร็วๆ จึงเกิดอาการคอเคล็ดอยู่บ่อยๆ ไม่น่าเชื่อว่าแค่ขยับตัวผิดเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ต้องเจ็บตัวได้"



สัมนาประจำเดือนพฤศจิกายน

ขอเชิญผู้สนใจร่วมฟังสัมมนาในหัวข้อ

“โรคหมอนรองกระดูก กับทางเลือกใหม่ ไม่ใช้การผ่าตัด”

ในวันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2554 เวลา 13.00 น. –15.00 น.

     


พิเศษสำหรับทุกท่านที่เข้าสัมมนา เชิญรับบริการ
ตรวจหาความผิดปกติของโครงสร้างร่างกาย
และรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย