ในทุกๆ ปี มีคนอย่างน้อยครึ่งล้านทั่วโลกต้องเสียชีวิตเพียงเพราะไม่ใส่ใจในเรื่อง ของการออกกำลังกาย จากผลการวิจัยในเรื่องประโยชน์ของการออกกำลังกายพบว่า ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปกว่า 61% ชอบที่จะนั่งอยู่นิ่งๆเฉยๆมากกว่าที่จะหากิจกรรมอื่นๆทำ จึงทำให้ขาดการพัฒนาในเรื่องของระดับการเคลื่อนไหวมามากกว่า 15 ปี ผลของการออกกำลังกายนั้นก่อให้เกิดประโยชน์หลายด้านไม่ว่าจะเป็น การป้องกันโรคหัวใจ, โรคมะเร็ง, โรคเบาหวาน, โรคอ้วน, โรคกระดูกพรุน, โรคความดันโลหิตสูง และอีกมากมาย ดังนั้นจึงถือได้ว่า การออกกำลังกายเป็นยาที่ดีที่สุดแขนงหนึ่งที่คุณจะสามารถหาได้บนโลกนี้
สำหรับหลายๆคนแล้ว อายุที่มากขึ้นนั้นเป็นเพียงแค่ตัวเลข แต่ในทางการแพทย์ อายุที่มากขึ้นก็อาจส่งผลกระทบทางร่างกาย จิตใจ และทางสังคมของบุคคลนั้นได้ด้วยเช่นกัน เนื่องจากปัญหาสุขภาพทั้งทางกายและทางใจส่วนใหญ่ ไม่ได้มีสาเหตุมาจากเพียงเพราะอายุที่มากขึ้นเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของการที่เราขาดการทำกิจกรรมและเคลื่อนไหวร่างกายอย่างถูกต้องต่างหาก
ผลจากการค้นคว้าวิจัยทางการแพทย์ครั้งล่าสุดก็ยังสนับสนุนคำกล่าวที่ว่า “ไม่มีคำว่าสายเกินไป สำหรับการออกกำลังกายเพื่อชะลอความแก่” เพราะถึงแม้จะเป็นการออกกำลังกายแค่เพียงเล็กน้อยก็ยังให้ประโยชน์เสมอ จากการศึกษาโดยละเอียดหลายครั้งพบว่า การออกกำลังกายสามารถต่ออายุขัยให้มากขึ้นอีกถึง 2-6 ปี และยังสามารถพัฒนาระดับคุณภาพชีวิตอย่างเห็นได้ชัดเจนขึ้นอีกด้วย
ประโยชน์ทางกายภาพ ได้แก่
- การออกกำลังกายช่วยเพิ่มปริมาณกลูโคสในเส้นเลือด
- เพิ่มฮอร์โมนทั้งจำพวก adrenalin และ noradrenalin
- ช่วยให้นอนหลับได้สบายและยาวนานขึ้น
- ช่วยเพิ่มการสูบฉีดของเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจ
- การออกกำลังกายช่วยในการยืดและขยายตัวของกล้ามเนื้อ
- ช่วยพัฒนาองศาการเคลื่อนไหวของข้อต่อและเส้นเอ็น
- การออกกำลังกายสม่ำเสมอช่วยป้องกันการเสื่อมของอวัยวะในส่วนต่างๆ
- การออกกำลังกายจะทำให้ตัวคุณเองรู้สึกเซ็กซี่ และยังเพิ่มสมรรถภาพทางเพศอีกด้วย ฯลฯ
ประโยชน์ทางด้านจิตใจ ได้แก่
- การออกกำลังกายชวยทำให้รู้สึกผ่อนคลาย
- ลดความเครียดและอารมณ์โกรธฉุนเฉียว ทำให้อารมณ์ดีขึ้น
- พัฒนาด้านจิตใจทุกๆด้าน
- การออกกำลังกายช่วยป้องกันการเสื่อมของระบบประสาทส่วนกลาง
- พัฒนาการทักษะควบคุมและทรงตัวให้มีประสิทธิภาพ
- เพิ่มความมั่นใจ ตลอดจนทักษะทางด้านสังคม และวัฒนธรรม ฯลฯ
1. การออกกำลังกายเพื่อกระตุ้นหัวใจและทางเดินโลหิต ควรทำอย่างน้อย 30 นาที ประมาณ 4-5 ครั้งต่อสัปดาห์ คนอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป โดยส่วนมากมีแนวโน้มที่จะออกกำลังกายลดลงอย่างน้อย 10% ในทุกๆปี แต่ในขณะเดียวกัน ผลการค้นคว้าพบว่า คนแก่อายุ 60 ปีสามารถกลับไปมีสมรรถภาพทางการออกกำลังกายเทียบเท่ากับคนอายุ 40 ปีได้ในเวลาเพียงสามเดือน ดังนั้นเราจึงควรที่จะออกกำลังกายอย่างน้อย 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ และเน้นไปที่การกระตุ้นการทำงานของหัวใจ ตัวอย่างเช่น การปั่นจักรยาน, การเดินขึ้น-ลงบันใด หรือ วิ่งเหยาะๆ เป็นต้น
2. การออกกำลังกายเพื่อสร้างความแข็งแรง ควรทำอย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ เนื่องจากคนเราจะสูญเสียมวลกล้ามเนื้อโดยรวมไปอย่างรวดเร็วเมื่อเราอายุใกล้ วัย 30 ปี อย่างที่เห็นได้จากทุกวันนี้ กว่าครึ่งของผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไปไม่สามารถยกของที่มีน้ำหนัก 10 ปอนด์ ( ประมาณ 25 กิโลกรัม) ได้ ฉะนั้นจึงไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับการเริ่มต้น เพราะประโยชน์ที่ได้รับจากการออกกำลังกายจะเผยให้เห็นภายในระยะเวลาเพียง 3 อาทิตย์ และจะยังคงพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ต่อไป นอกจากนั้นการออกกำลังกายเพื่อสร้างความแข็งแรงยังมีส่วนช่วยในการเสริม สร้างมวลกระดูก, เพิ่มเม็ดตาบอลิซึมและช่วยควบคุมไขมันในร่างกายอีกด้วย
3. การออกกำลังกายเพื่อพัฒนาความยืดหยุ่น ควรจะทำอย่างน้อย 4 ครั้งต่อสัปดาห์ ซึ่งการสร้างความยืดหยุ่นนั้นเป็นวิธีที่สามารถทำได้ง่ายๆที่บ้าน แม้กระทั่งในขณะดูโทรทัศน์ การออกกำลังกายเพื่อพัฒนาความยืดหยุ่นถือว่าเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของการ ชะลอความแก่ การยืดหยุ่นอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอ จะช่วยให้คุณมีความคล่องตัว ป้องกันอาการบาดเจ็บ อีกทั้งยังลดอาการปวดเมื่อยได้ด้วย
4. การออกกำลังกายเพื่อพัฒนาจิตใจ ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าการออกกำลังกายอย่างเช่น โยคะ ไทชิ หรือพิลาเตส์ นั้นเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับอารมณ์และร่างกายของคุณ
คนส่วนใหญ่เข้าใจดีถึงประโยชน์ของการออกกำลังกายแต่กลับไม่สามารถที่จะเริ่ม ต้นทำได้เสียที จากการศึกษาวิจัยพบว่า การออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 6 เดือนนั้นเท่ากับการได้มาซึ่งสุขภาพดีซึ่งจะอยู่กับคุณไปตลอดชีวิตแล้ว
- หาเพื่อนออกกำลังกายจะได้ไม่เหงา
- เลือกออกกำลังกายในแบบที่คุณชอบ กิจกรรมที่คุณสนใจ
- ตั้งเป้าหมายในการออกกำลังกายและพยายามไปให้ถึง
- กำหนดตารางการออกกำลังกายให้ชัดเจนและปฏิบัติตามอย่างจริงจัง
- พิจารณาหาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางมาช่วยฝึกสอนคุณ
ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่เราควรเริ่มที่จะหันมาออกกำลังกายอย่างจริงจัง แต่ในกรณีที่คุณมีปัญหาสุขภาพ คุณก็ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มออกกำลังกาย
ดร.มนต์ทณัฐ (รุจน์) โรจนาศรีรัตน์
ผู้เชี่ยวชาญด้านไคโรแพรคติก และผู้ก่อตั้งไคโรเมด
ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.chiromedbangkok.com
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 02-713-6745-6





![]() |
ฟลุค – เกริกพล มัสยวานิช "ปกติผมเป็นคนแอคทีฟ เคยชินกับการทำอะไรเร็วๆ จึงเกิดอาการคอเคล็ดอยู่บ่อยๆ ไม่น่าเชื่อว่าแค่ขยับตัวผิดเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ต้องเจ็บตัวได้" |
