ออฟฟิศซินโดรม : เรื่องเล็กน้อยนิดมหาศาล

ภัยร้ายใกล้ตัวคนรุ่นใหม่ที่ซ่อนอยู่ในวันทำงานของคุณ หลังจากวันอันแสนยาวนาน เชื่อว่าความเหน็ดเหนื่อยได้กัดกินใจเหล่าคนทำงานกันไปไม่มากก็น้อย เพราะนอกจากความเครียดจากงานที่ประดังประเดเข้ามาได้ไม่หยุดหย่อน สภาพร่างกายก็ดูเหมือนว่าจะอ่อนแรง เมื่อยล้าลงไปทุกที คนทำงานออฟฟิศหลายคนอาจคิดว่านี่เป็นผลกระทบเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากการนั่งทำงานอย่างยาวนานหลายชั่วโมงเท่านั้น หากแต่รู้หรือไม่ว่า อาการปวดเล็ก ปวดน้อย ปวดเมื่อยตามตัวนี่ล่ะคือสัญญาณเบื้องต้นที่ร่างกายของคุณพยายามจะบอกคุณว่า คุณกำลังอยู่ในสภาวะที่ไม่ปกติเสียแล้ว และหากยังเพิกเฉยต่อสัญญาณเตือนเบื้องต้นดังกล่าว นานๆ เข้าอาการปวดเมื่อยที่เคยคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา อาจกลายเป็นปัญหาปวดเมื่อยเรื้อรัง สะสมจนกระทั่งความปวดเมื่อยมีความรุนแรงมากขึ้นจนกลายเป็น “โรคประจำตัว” ไปตลอดชีวิตในที่สุด

ผู้เชี่ยวชาญด้านไคโรแพรคติก ดร. มนต์ทณัฐ (รุจน์) โรจนาศรีรัตน์ ได้อธิบายถึงอาการปวดเหล่านี้ว่า “อาการปวดต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้นเปรียบเสมือนเครื่องเตือนภัยถึงสภาวะผิดสมดุลของโครงสร้าง หรือการใช้งานเกินสมรรถภาพที่ร่างกายควรจะได้รับ และเหตุผลประการสำคัญที่ทำให้คนทำงานออฟฟิศต้องเผชิญกับภัยเงียบเหล่านี้ มากกว่าคนกลุ่มอื่นๆ ก็คืออิริยาบถที่ผิดปกติในชีวิตประจำวันนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นการนั่ง การยืน การเดิน การนอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาวๆ ออฟฟิศที่โปรดปรานการใส่รองเท้าส้นสูงเป็นชีวิตจิตใจ และการนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลาหลายชั่วโมงติดๆ กันนั่นเอง ซึ่งถือเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดความปวดเมื่อยและภาวะผิดสมดุลของโครง สร้างกว่า 80% เลยทีเดียว นอกจากนี้ ด้วยไลฟ์สไตล์คนทำงานสมัยใหม่ที่เน้นการใช้สอยเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบาย มากขึ้น ทำให้ร่างกายของเรามีโอกาสเคลื่อนไหวได้น้อยลง อีกทั้งยังขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้กล้ามเนื้อมีความอ่อนแรง รวมถึงการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอและการเลือกรับประทานอาหารแบบฟาส์ทฟู้ดเพื่อ ความรวดเร็วเป็นหลัก สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นสาเหตุที่ทำให้แนวโครงสร้างเกิดการพัฒนาผิดรูป ซึ่งอาจนำไปสู่อาการปวดเมื่อยเรื้อรัง และสามารถก่อให้เกิดภาวะเสื่อมสภาพได้”

“แนวทางการป้องกันและแก้ไขอาการปวดเบื้องต้นก็คือการจัดร่างกายให้อยู่ในภาวะสมดุลมาก ที่สุด อาทิ การนั่งหลังตรง ปรับระดับเก้าอี้ให้พอเหมาะกับระดับสายตา เปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ อย่างน้อยทุก 1-2 ชั่วโมง หลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าส้นสูงเป็นเวลานานๆ และควรระวังกระเป๋าถือมิให้มีน้ำหนักมากเกินไป เป็นต้น รวมถึงวิธีการรักษาด้วยศาสตร์ไคโรแพรคติกซึ่งเป็นศาสตร์ทางการแพทย์ที่คำนึง ถึงความสมดุลของกระดูกสันหลังอันเป็นโครงสร้างหลักของร่างกาย และความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างกับระบบอื่นๆ ในร่างกายที่เชื่อมโยงกัน ซึ่งมีวิธีการรักษาที่เรียกว่า ‘The Conservative Approach for Chronic Back Pain’ ที่เน้นการบำบัดรักษาอาการปวดเมื่อยเรื้อรังที่ต้นเหตุโดยไม่ต้องใช้ยาหรือ ผ่าตัด นับว่าเป็นวิธีการรักษาที่มีความปลอดภัยสูงและมีประสิทธิภาพเหมาะสำหรับ รักษาอาการออฟฟิศซินโดรมเป็นอย่างมาก หากเข้ารับการรักษาด้วยวิธีดังกล่าวพร้อมกับปรับอิริยาบถควบคู่กันไป เพียงเท่านี้ ก็สามารถคืนสมดุลสู่ร่างกายและเคลื่อนไหวได้อย่างไร้กังวลแล้วครับ”



ดร.มนต์ทณัฐ (รุจน์) โรจนาศรีรัตน์
ผู้เชี่ยวชาญด้านไคโรแพรคติก และผู้ก่อตั้งไคโรเมด

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.chiromedbangkok.com
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 02-713-6745-6

บอกต่อบทความนี้ให้เืพื่อนๆ ของคุณทาง Twiiter


 















ฟลุค – เกริกพล มัสยวานิช

"ปกติผมเป็นคนแอคทีฟ เคยชินกับการทำอะไรเร็วๆ จึงเกิดอาการคอเคล็ดอยู่บ่อยๆ ไม่น่าเชื่อว่าแค่ขยับตัวผิดเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ต้องเจ็บตัวได้"



สัมนาประจำเดือนพฤศจิกายน

ขอเชิญผู้สนใจร่วมฟังสัมมนาในหัวข้อ

“โรคหมอนรองกระดูก กับทางเลือกใหม่ ไม่ใช้การผ่าตัด”

ในวันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2554 เวลา 13.00 น. –15.00 น.

     


พิเศษสำหรับทุกท่านที่เข้าสัมมนา เชิญรับบริการ
ตรวจหาความผิดปกติของโครงสร้างร่างกาย
และรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย