การออกกำลังกายเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไป ว่ามีผลดีต่อสุขภาพโดยรวมของร่างกาย รวมทั้ง สุขภาพจิตอีกด้วย นอกจากนี้ การออกกำลังกายอย่างถูกต้อง ยังสามารถใช้เป็นวิธีการในการรักษาและป้องกันโรคหรือกลุ่มอาการต่างๆ บางชนิด ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะกลุ่มโรคที่มีความเกี่ยวเนื่องกับการทำงานที่ผิดไปจากปกติของระบบกล้ามเนื้อกระดูกและข้อ ระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบทางเดินหายใจ ระบบต่อมไร้ท่อ ตัวอย่างหนึ่งที่สามารถแสดงถึงความสามารถของการออกกำลังกายต่อการรักษาและป้องกันโรค คือการออกกำลังกายในผู้ป่วยกลุ่มภาวะ Metabolic syndrome ซึ่งภาวะนี้หมายถึงกลุ่มโรคที่เกิดจากการเผาผลาญอาหารที่ผิดปกติซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการเกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวาน เป็นต้น
นั้นเกิดจากการลดปัจจัยของการเกิดภาวะ metabolic syndrome ซึ่งเป็นผลจากการออกกำลังกายกล่าวคือ
• ช่วยเผาผลาญพลังงานส่วนเกินในร่างกายและลดรอบเอว
• ลดระดับน้ำตาลในเลือดและลดการแกว่งตัวของค่าระดับน้ำจาลในเลือด
• ลดความดันโลหิตโดยเฉพาะความดันโลหิตตัวบน (systolic blood pressure)
• ลดระดับไขมันชนิดต่างๆในหลอดเลือดโดยเฉพาะระดับ Triglyceride
• เพิ่มระดับไขมัน Cholesterol ชนิดดี ( HDL)
ได้ทำการศึกษาวิจัยและค้นคว้ากันอย่างแพร่หลายทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศ โดยมีผลสรุปไปในทิศทางเดียวกัน ว่าการออกกำลังกายอย่างถูกต้องและเหมาะสม สามารถลดการเกิดภาวะ metabolic syndrome รวมทั้งสามารถทำให้หายออกจากการมีภาวะ metabolic syndrome ได้
ดังตัวอย่างงานวิจัยของ ดร. สุวรรณา ถาวรรุ่งโรจน์ และคณะ โดยมีกลุ่มข้อมูลตัวอย่างถึง 1,342 คน ในปี พ.ศ. 2550 ซึ่งมีการอภิปรายผลการศึกษาส่วนหนึ่งใว้ดังนี้
“...ผู้ที่ใช้พลังงานในการออกกำลังกายระดับความหนักมากกว่า จะพบความชุกน้อยกว่าเล็กน้อยโดยแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ แต่การเพิ่มความหนักจะลดโอกาสพบปัจจัยของกลุ่มอาการเมตาบอลิก และลดโอกาสเกิดกลุ่มอาการนี้ สอดคล้องกับการศึกษาของ Warburton และคณะ (2006) ที่พบว่าการออกกำลังกายระดับเบาจะเพิ่มโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดโรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และภาวะอ้วนเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ออกกำลังกายระดับที่หนักกว่า เช่นเดียวกับการศึกษาอื่นๆ พบว่าการออกกำลังกายลดปัจจัยของกลุ่มอาการเมตาบอลิกคือรอบเอว น้ำตาลในเลือด systolic blood pressure, และ triglyceride (Park et al., 2007, pp.197-203; Mohan et al., 2005, pp.1206-1211) และเพิ่ม HDL (Stewart et al., 2002, pp.1622-1631) เมื่อติดตามผู้ที่เป็นกลุ่มอาการเมตาบอลิกแล้ว พบว่ามีผู้ที่พบปัจจัยของกลุ่มอาการนี้ลดลงเหลือน้อยกว่า 3 ปัจจัย หรือไม่เป็นกลุ่มอาการนี้ตามเกณฑ์วินิจฉัยของ AHA/NHLBI โดยร้อยละของผู้ที่ไม่เป็นกลุ่มอาการเมตาบอลิก พบมากกว่าในกลุ่มออกกำลังกายด้วยระดับหนักกว่า แม้จะแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ แต่สอดคล้องกับผลการศึกษาของ Stewart และคณะ (Stewart et al., 2002, pp.1622-1631) ซึ่งให้ผู้ที่เป็นกลุ่มอาการเมตาบอลิกที่มีอายุ 55-75 ปี ออกกำลังกายแล้วติดตามใน 6 เดือนต่อมา พบคนที่หายจากกลุ่มอาการเมตาบอลิก 17.7% และไม่พบคนเป็นโรคเพิ่มขึ้น”
กล่าวโดยสรุปคือ
• การออกกำลังกายที่มีความหนักมากขึ้นจะช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะ Metabolic syndrome
• การออกกำลังกายจะช่วยลดปัจจัยต่างๆต่อการเกิดภาวะ Metabolic syndrome
• การออกกำลังกายสามารถทำให้หายจากภาวะ Metabolic syndrome ได้
นอกจากนี้วิธีการออกกำลังกายที่เหมาะสมและถูกต้อง รวมทั้งการอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญ ยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพและผลในทางการรักษาได้อีกระดับหนึ่งอีกด้วย ดังการศึกษาของ Johns Hopkins Medicine Clinical Research Center ซึ่งได้ลงตีพิมพ์ใน American Journal Of Preventive Medicine ได้ทำการศึกษากลุ่มผู้สูงอายุเป็นเวลา 6 เดือน โดยทำการศึกษาเปรียบเทียบผลของการออกกำลังกายอย่างถูกต้องและอยู่ในการดูแลของผู้เชี่ยวชาญ โดยเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมเปรียบเทียบซึ่งทำการออกกำลังกายด้วยตนเอง ซึ่งผลการศึกษาพบว่า ในกลุ่มที่อยู่ในความดูแลของผู้เชี่ยวชาญและออกกำลังกายตามโปรแกรมที่จัดขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน กล่าวคือ สมรรภาพในการเผาผลาญพลังงานเพิ่มขึ้น 16% ความแข็งแรงของร่างกายเพิ่มขึ้น 17% การสะสมของไขมันในบริเวณหน้าท้องลดลง 20% น้ำหนักตัวและไขมันในร่างกายลดลงในขณะที่กล้ามเนื้อเพิ่มมากขึ้น และในช่วงของการทำการศึกษาวิจัย ไม่มีการเกิดภาวะ metabolic syndrome รายใหม่ในผู้เข้าร่วมการทดลองกลุ่มที่อยู่ในการดูแลของผู้เชี่ยวชาญเลย รวมทั้งมีผู้ที่มีภาวะ metabolic syndrome ถึง 41% ที่หายจากการวินิจฉัยว่ามีภาวะ metabolic syndrome เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมซึ่งมีผู้มีภาวะ metabolic syndrome ลดลง 18% และ มีการเกิดผู้ป่วยรายใหม่ในช่วงการทดลองถึง 8%
ยังมีงานวิจัยอีกมากมายที่ออกมาสนับสนุนการใช้การออกกำลังกายในการรักษาและป้องกันภาวะ Metabolic syndrome รวมทั้งโรคและกลุ่มอาการต่างๆ อื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการออกกำลังกายที่มีต่อสุขภาพและร่างกายของเรา
นพ.กฤษณ์ ไกรภักดี
26 มกราคม 2553
![]() |
Fluke – Krerkpol Mussayawanich It’s hard to believe that one bad movement can hurt your body but that’s exactly what happened to me. |