“การดูแลข้อเข่าอย่างถูกต้อง และเหมาะสม จะช่วยชะลอความเสื่อม และยืดอายุการใช้งานของข้อเข่าซึ่งจะเป็นการช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตในการใช้ข้อ”
โรคข้อเข่าเสื่อม
อาการปวดเข่า เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยหรือผู้ที่มีอาการไม่สามารถประกอบกิจกรรมการเคลื่อนไหวต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยเหตุที่ข้อเข่านั้นต้องรับน้ำหนักตัวเกือบตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นการลุก นั่ง การยืน การเดินและการวิ่ง รวมทั้งวัฒนธรรมของคนไทยเราเองที่มักใช้เข่าในท่าพับงอ เช่น การนั่งในท่าพับเพียบการนั่งขัดสมาธิ หรือการนั่งยองๆ จึงก่อให้เกิดความเสื่อมของกระดูกอ่อนเร็วกว่าปกติ ดังนั้นการชะลอความเสื่อมจึงนับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จำเป็นต้องคำนึงถึงและสา มารถปฏิบัติได้ หากได้รับการแนะนำในเรื่องการใช้เข่าให้ถูกต้อง การดูแลบำรุงรักษาสุขภาพเข่า และการบริหารกล้ามเนื้อรอบๆ ข้อเข่า จะเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยขจัดปัญหาอาการปวดเข่าเรื้อรัง ยิ่งเมือมีการเคลื่อนไหว
ข้อเข่าที่มากขึ้นก็จะทำให้เกิดการเสียดสีของกระดูกข้อเข่าซึ่งเป็นปัจจัยส่งเสริมให้เกิดปัญหามากขึ้น
การที่ข้อเข่าจะมีโอกาสเสื่อมสภาพมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับอายุ เพศ น้ำหนัก และการใช้งานของข้อเข่านั้นโรคข้อเข่าเสื่อม เป็นโรคที่พบได้บ่อยมากในผู้สูงอายุ อาการแสดงที่บ่งชี้ว่าเริ่มมีปัญหาที่เข่า อาจพบว่าเริ่มเกิดจากอาการปวดเข่านำมาก่อน ต่อมามีการบวมแดง ข้อเข่าฝืดยึด มีเสียงดังในเข่าเวลาที่มีการเคลื่อนไหว ไม่สามารถประกอบกิจวัตประจำวันได้ดังปกติ ซึ่งสาเหตุหลักคือ เกิดจากการเสื่อม และการใช้ข้อเข่าที่ไม่ถูกต้องมานานตั้งแต่วัยหนุ่มสาว น้ำหนักตัวที่มากทำให้เข่าต้องรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น 2-3 เท่าตัวในขณะที่ก้าวเดิน เคยได้รับอุบัติเหตุบริเวณข้อเข่ามาก่อน เช่น บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา หรือเคยมีการอักเสบติดเชื้อ หรือเป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ซึ่งอาการของโรคเริ่มจากปวดเป็นๆ หายๆ เมือพักการใช้เข่า อาการปวดจะทุเลา และปวดมากขึ้นเมือมีการใช้งานข้อมากขึ้น ในรายที่เป็นมากจะปวดตลอดเวลา ข้อฝืด ใช้งานไม่ถนัด ข้อผิดรูป ข้อเข่าจะเปลี่ยนรูปร่างไปจากเดิม เข่าบวมโต หรือบางรายมีขาโก่งออก
• ในระยะแรก ควรพักเข่าไว้ก่อน อย่าเพิ่งลงน้ำหนักมากที่ข้อเข่าปวดนั้นอาจใช้น้ำแข็งห่อด้วยผ้าขอหนูในการประคบ
• ใช้ผ้ายืดแบนเดจพันรอบๆ ข้อเข่าให้กระชับ จะช่วยลดการเสียดสีของข้อเข่าได้
• เมืออาการปวดเข่าทุเลาแล้ว ให้เริ่มบริหารข้อเข่าโดยสม่ำเสมอวันละ 2 เวลา คือ ก่อนนอน และตอนเช้า
• ไม่ควรให้เข่าอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนานๆเช่น ยืนนานๆ หรือนั่งพับเข่าเป็นเวลานานๆ ปรึกษาแพทย์เมืออาการไม่ดีขึ้น
• ลดน้ำหนักตัว โดยควบคุมอาหาร
• รับ ประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ ผักใบเขียว ผลไม้รสไม่หวานจัด เช่น แตงโม ชมพู่ สับปะรดส้ม มะละกอ พุทรา และฝรั่ง หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารมัน อาหารที่ทำจากแป้ง กะทิ ขนมหวานต่างๆ และผลไม้รสหวานจัด เช่น เงาะ ทุเรียน องุ่น มังคุดละมุด ลำไย น้อยหน่าและมะม่วงสุก
• รับประทานอาหารให้เป็นเวลา ครบ 3 มื้อรับประทานอาหารพออิ่ม ไม่รับประทานอาหารจุกจิก และดื่มน้ำบ่อยๆ อย่างน้อย8-10 แก้วต่อวัน
• หลีก เลี่ยงการนั่งกับพื้น การนั่ง งอเข่า ชันเข่า นั่งพับเพียบ นั่งขัดสมาธิ นั่ง ยองๆและเวลาขับถ่ายควรใช้ส้วมแบบนั่ง หรือใช้เก้าอี้เจาะรูวาง
หลีก เลี่ยงการนั่งขึ้นที่สูง การขึ้นบันไดบ่อยๆการยืนหรือการเดินนานๆออกกำลังกายโดยการบริหารกล้ามเนื้อ รอบข้อเข่าอย่างสม่ำเสมอทุกวัน ถึงแม้ในปัจจุบันยังไม่มีอาการปวดเข่า
1. การดูแลรักษาจะต้องบริหารกล้ามเนื้อรอบเข่าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยลดแรงกระทำต่อข้อเข่า
2. ใช้ สนันเข่าในรายการที่ข้อเข่ามีการสูญเสียความมั่นคง เพราะสนับเข่าจะช่วยให้ข้อเข่ากระชับมากขึ้น แต่ความจำเป็นในการใช้งานอย่างน้อยครั้งหนึ่งเพื่อแนะนำและหารูปแบบที่เหมาะ สมในแต่ละคนแต่ถ้าใช้เป็นเวลานานจะพบกล้ามเนื้อรอบเข่าลีบจากการไม่ได้ใช้ งานในบางรายที่มีปัญหาเรื่องการไหลเวียนของหลอดเลือดต้องระวังเป็นพิเศษ ดังนั้นหากจะใช้งานจึงควรมีการบริหารข้อเข่าร่วมด้วยเสมอ
3. ถ้า มีอาการปวดข้อหรืออาการกล้ามเนื้อเกร็ง ให้ใข้กระเป๋าน้ำร้อนประคบแต่ต้องระวังอย่าให้ร้อนจนเกินไปเพราะจะทำลาย เนื้อเยื่อรอบเข่าหรืออาการพองเกิดขึ้นได้ ในกรณีที่มีการอักเสบ บวมแดง อย่าใช้ การประคบร้อนเพราะจะทำให้ข้อเข่าบวมมากยิ่งขึ้น
ควรได้รับการตรวจประเมินและการรักษาแพทย์ ไม่ซื้อยาใช้เอง เพราะยาที่ใช้จะเป็นยาแก้ปวด เมื่อใช้ไม่ถูกวิธี จะเกิดปัญหาต่อสุขภาพผู้ป่วย เช่น เกิดแผลในกระเพาะอาหารโลหิตจาง หรือมีอาการแพ้ยาตามมา
กายภาพบำบัด เป็นอีกวิธีที่สามารถที่จะช่วยรักษา ป้องกัน ส่งเสริม และฟื้นฟู ข้อเข่าให้กลับมามีความสามารถในการใช้งานที่มากขึ้น ซึ่งประกอบไปด้วย
1. การรักษาโดยใช้คลื่นอัลตราซาวด์ (ultrasound)
2. การรักษาโดยใช้ความร้อน
3. การรักษาโดยใช้การออกกำลังกาย
4. การรักษาโดยใช้เครื่องลดปวด (TENS)
5. การรักษาเพื่อคงการเคลื่อนไหวของเข่าและลดการอักเสบ
ซึ่งอยู่ในการพิจารณาของแพทย์ในผู้ป่วยแต่ละราย การผ่าตัดมี 2 วิธี คือ
1. การผ่าตัดกระดูกขาให้ตรง
2. การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า และใส่ข้อเข่าเทียม
![]() |
Fluke – Krerkpol Mussayawanich It’s hard to believe that one bad movement can hurt your body but that’s exactly what happened to me. |